โลหะที่ใช้ในการทำเครื่องครัวนั้นมีอยู่เพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น เหตุผลก็เนื่องมาจาก วัสดุที่ใช้ทำเครื่องครัว มีความจำเป็นที่จะต้องมีค่าการนำความร้อนสูง และมีความไวต่อปฏิกริยาทางเคมีต่ำ เพื่อที่จะมีความปลอดภัยพียงพอในการทำอาหาร และไม่ทำให้รสชาติอาหารเปลี่ยนไป โลหะส่วนใหญ่ที่นำความร้อนเพียงพอในการทำอาหาร มักจะมีปฏิกริยาทางเคมีง่ายเกินไป ทำให้ไม่ปลอดภัยพอที่จะนำมาทำเป็นเครื่องครัว
อะลูมิเนียม (Aluminum)
อะลูมิเนียม เป็นโลหะน้ำหนักเบา ที่มีค่าการนำความร้อนสูง ไม่เป็นสนิม และทนการกัดกร่อนเกือบทุกชนิด แต่อย่างไรก็ตาม อะลูมิเนียมมีปฏิกริยากับกรดที่ใช้ในการทำอาหารบางชนิดทำให้รสชาติเปลี่ยนไป อาหารที่ประกอบด้วยไข่ หรือหน่อไม้ฝรั่งอาจจะทำให้เกิดสนิมได้ด้วย ตั้งแต่ปี 1965 มีหลักฐานบางอย่าง ทำให้เกิดความเชื่อที่ว่า การปรุงอาหารในเครื่องครัวที่ทำจากอะลูมิเนียม ทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) แต่ไม่อาจยืนยันได้แน่ชัด แต่ในปัจจุบันมีหลักฐานยืนยันว่าอะลูมิเนียมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคอัลไซเมอร์แต่อย่างใดสำหรับขบวนการผลิตเครื่องครัวโดยใช้อะลูมิเนียมนั้น มี 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ
1. ผลิตจากอะลูมิเนียมในรูปแบบแผ่น (Sheet Aluminum) โดยจะถูกขึ้นรูปโดยการปั้ม ในขบวนการผลิตแบบนี้มักจะผสมสารประกอบบางชนิด เช่น แมคนิเซียม (Magnesium) ทองแดง (Copper) ทองเหลือง (Bronze) เพื่อเพิ่มความแข็งแรง การผลิตในรูปแบบนี้มักจะใช้ในการผลิต ถาดใส่พาย เค๊ก มัฟฟิน (Muffin) หม้อต้มน้ำ กะทะสำหรับทอด
2. ผลิตจากอะลูมิเนียมหล่อ (Cast Aluminum) อะลูมิเนียมที่ขึ้นรูปในการหล่อนี้ จะมีความหนามากกว่าแบบแผ่น ทำให้สามารถผลิตเป็นเครื่องครัวบางชนิด ที่ต้องใช้โลหะที่มีความหนา เช่น เตาอบ กะทะสำหรับอบขนาดใหญ่ เป็นต้น การผลิตโดยการหล่อนี้ ทำให้ค่าการนำความร้อนของอะลูมิเนียมต่ำกว่าการผลิตแบบแผ่น
นอกจากนี้ ยังมีการผลิตแบบผ่านกระแสไฟฟ้า (Anodizing) เรียกว่า อะโนไดซ์ อะลูมิเนียม (Anodized Aluminum) ขบวนการนี้จะทำให้เกิดอ๊อกไซด์ของอะลูมิเนียม (Aluminum Oxide) เคลือบบนผิวของอะลูมิเนียม ทำให้เพิ่มความแข็งแรงของอะลูมิเนียม และยังทำให้ทนต่อปฏิกริยาเคมีได้ดีขึ้นด้วย ขบวนการนี้พบได้ในเครื่องครัวประเภท หม้อซุปขนาดใหญ่ เตาอบ เตาย่าง เป็นต้น
ทองแดง (Copper)
สำหรับการปรุงอาหารแบบยุโรปดั้งเดิมนั้น เครื่องครัวที่นิยมมากที่สุดคือเครื่องครัวที่ทำจากทองแดง เครื่องครัวแบบนี้ จะผลิตจากทองแดง และเคลือบผิวภายนอกด้วยชั้นของดีบุก จะทำให้เครื่องครัวแบบนี้เป็นเครื่องครัวที่มีค่าการนำความร้อนสูง และไม่ก่อปฏิกริยาเคมีกับอาหารที่เป็นกรด ข้อเสียของเครื่องครัวแบบนี้คือ มีน้ำหนักมาก มีราคาแพง และจำเป็นต้องนำไปเคลือบสารดีบุกเป็นระยะๆ
เหล็กหล่อ (Cast Iron)
เครื่องครัวที่ทำจากเหล็กหล่อมีค่าการนำความร้อนต่ำ แต่มีความทนทานต่ออุณหภูมิสู. ทำให้สารถใช้กับขบวนการทำอาหารที่ต้องใช้อุณหภูมิสูงมากๆได้ เครื่องครัวชนิดนี้สามารถมีปฏิกริยากับกรดบางชนิดในอาหารอีกด้วย
เหล็กหล่อเป็นวัสดุที่มีรูพรุน เครื่องครัวที่ทำจากเหล็กหล่อนี้ จึงจำเป็นต้องผ่านขบวนการซีซันนิ่ง (Seasoning) ในการใช้งานครั้งแรก ขบวนการซีซันนิ่ง (Seasoning) ซึ่งเป็นขบวนการเคลือบด้วยน้ำมันบางชนิด และนำไปผ่านความร้อน เพื่อป้องกันไม่ให้อาการติด การทำความสะอาดสามารถใช้สบู่ปกติ แต่ไม่ควรแช่น้ำเนื่องจากจะทำให้เกิดสนิม
สเตนเลสสตีล (Stainless Steel)
สเตนเลสสตีลเป็นเหล็กผสมโรเมียม (Chromium) อย่างน้อย 11.5% แต่โดยส่วนใหญ่ จะประกอบด้วยโครเมียม 8% นิเกิล (Nickel) 18% เรียกว่า 18/8 หรือ โครเมียม 10% นิเกิล 18% เรียกว่า 18/10 เป็นสเตนเลสสตีลที่นิยมใช้ในการทำเครื่องครัว เครื่องครัวที่ทำจากสเตนเลสสตีลเป็นเครื่องครัวที่มีความต้านทานการกัดกร่อนสูง ไม่มีปฏิกริยาต่อกรด และด่าง ไม่กระเทาะหรือแตกหักเสียหายโดยง่าย ข้อเสียคือมีค่าการนำความร้อนต่ำ โดยทั่วไปจะใช้ทำเครื่องครัวโดยผสมกับทองแดง (Copper) หรืออะลูมิเนียม (Aluminum) ซึ่งเป็นโลหะที่มีค่าการนำความร้อนสูง
เครื่องครัวที่ผ่านการเคลือบ และเครื่องครัวที่ใช้วัสดุผสม
|